GA4 101: ทำไม Developer ถึงต้องเข้าใจ Google Analytics 4 (Data Model ที่เปลี่ยนไป?)
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาว DEV.to ทุกคนครับ
เชื่อว่าหลายคนที่ทำเว็บหรือดูแลโปรเจกต์ต่าง ๆ คงคุ้นเคยกับการติด Tracking Code กันมาบ้าง ซึ่งในปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของวงการ Data คงหนีไม่พ้นการมาของ Google Analytics 4 (GA4) ที่มาแทนที่ Universal Analytics (UA) แบบถาวร
แต่สำหรับ Developer อย่างเรา มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหน้า UI ครับ แต่มันคือการเปลี่ยน “วิธีคิด” และ “โครงสร้างข้อมูล” ไปอย่างสิ้นเชิง
วันนี้ผมจะมาสรุป Concept สำคัญให้ฟังกันครับ
1. จาก Session-Based สู่ Event-Based Model
ในเวอร์ชันเก่า (UA) เราจะมองข้อมูลเป็น “Session” (การเข้าชม) แต่ใน GA4 ทุกอย่างคือ “Event” ครับ
ไม่ว่าจะเป็น Pageview, Click, Scroll หรือ File Download ทุกอย่างถูกมองเป็น Event ทั้งหมด ซึ่งข้อดีคือมันยืดหยุ่นมาก (Flexible) และทำให้นักพัฒนาสามารถ Custom ข้อมูลที่จะส่งไปได้ละเอียดขึ้น โดยไม่ต้องยึดติดกับ Category/Action/Label แบบเดิม ๆ
ถ้าใครอยากปูพื้นฐานเรื่องนี้ให้แน่นว่ามันคืออะไรกันแน่ ลองเข้าไปอ่านบทความเจาะลึกได้ที่นี่ครับ 👉 Google Analytics คืออะไร
2. Cross-Platform Tracking (Web + App)
นี่คือสิ่งที่ Dev หลายคนรอคอยครับ GA4 ถูกออกแบบมาให้รวมข้อมูลจาก Website และ Mobile App (iOS/Android) เข้าไว้ใน Property เดียวกันได้เลย ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Data Streams
ทำให้เราเห็น User Journey จริง ๆ ว่า User คนนี้เข้าเว็บเราตอนเช้า แล้วไปเปิดแอปต่อตอนเย็น โดยที่ข้อมูลไม่ขาดตอน (ถ้ามีการทำ User-ID อย่างถูกต้อง)
3. BigQuery Export ฟรี! (ฟีเจอร์โปรดของ Data Engineer)
สมัยก่อนถ้าอยากเอาข้อมูล Raw Data ออกมาวิเคราะห์เองใน BigQuery เราต้องใช้เวอร์ชันเสียเงิน (GA360) ที่ราคาแพงหูฉี่ แต่ใน GA4 Google ใจป้ำเปิดฟีเจอร์นี้ให้ใช้ ฟรี (มี Limit นิดหน่อย)
นั่นแปลว่าเราสามารถเขียน SQL Query เพื่อดึงข้อมูลไปทำ Dashboards สวย ๆ ใน Looker Studio หรือเอาไปทำ Machine Learning ต่อได้ง่ายขึ้นมาก
4. เริ่มต้นติดตั้งยังไง? (gtag.js vs GTM)
สำหรับการติดตั้ง เรายังคงทำได้ 2 วิธีหลัก ๆ เหมือนเดิมครับ:
-
Global Site Tag (gtag.js): แปะโค้ดลงไปใน
<head>ของเว็บโดยตรง<script async src="[https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=G-XXXXXXXXXX](https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=G-XXXXXXXXXX)"></script> <script> window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-XXXXXXXXXX'); </script> -
Google Tag Manager (GTM): วิธีที่ผมแนะนำที่สุด เพราะจัดการ Tag ง่าย ไม่ต้องแก้โค้ดเว็บซ้ำซ้อน
สรุป
GA4 อาจจะดูใช้งานยากในช่วงแรก เพราะหน้าตาและ Logic มันเปลี่ยนไปเยอะ แต่ถ้าเราเข้าใจ Core Concept ของมันแล้ว มันคือเครื่องมือที่ทรงพลังมาก ๆ สำหรับคนทำเว็บในยุคนี้ครับ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากศึกษาการใช้งานแบบเต็มสตรีม ตั้งแต่การติดตั้ง การตั้งค่า Event ไปจนถึงการดู Report เพื่อเอาไปใช้งานจริง ผมได้รวบรวมเนื้อหาทั้งหมดไว้ให้แล้วที่นี่ครับ
ทางไปเรียนรู้เพิ่มเติม: Google Analytics 4 Tutorial
หวังว่าโพสต์นี้จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นักพัฒนาทุกคนนะครับ Happy Coding & Tracking ครับ!